
ภาพประกอบ
หลายคนเข้าใจว่า ผู้หญิงที่มีอาการต้องการผู้ชายไม่ซ้ำหน้ามาเป็นคู่นอนบ่อยๆนั้นเป็นสาว “ฮิสทีเรีย (Histeria)” แต่จริงแล้วเป็นความเข้าใจผิดเลยทีเดียว เพราะโรคฮิสทีเรียนั้นจริงๆแล้วสามารถเป็นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย และแบ่งออกได้เป็น 2 แบบคือ อาการทางบุคลิกภาพ และ อาการทางประสาท
อาการ ทางบุคลิกภาพนั้นคือ การแสดงออกในลักษณะท่าทางยั่วยวน หรือพยายามเรียกร้องความสนใจจนเกินเหตุ ทำให้คนส่วนมากเข้าใจผิดว่า เธอคนนี้เป็นฮิสทีเรีย แต่จริงๆแล้วอาการที่ใกล้เคียงกับโรคฮิสทีเรียนี้คืออาการเจ้าชู้ของผู้ชาย ซะมากกว่า เพราะที่จริงแล้วคนเหล่านี้ต้องการความเอาใจใส่มากกว่าเรื่องเพศ ด้วยเหตุที่อาจเกิดจากการขาดความรักในช่วงหนึ่งของชีวิต ทำให้คนที่เป็นลักษณะนี้จะแสดงออกมาเหมือนเด็กงอแง
อาการทางประสาท ก็สามารถแบ่งแยกย่อยออกได้เป็นอีก 2 แบบเช่นกัน
แบบ แรกเรียกว่า คอนเวอร์ชัน รีแอคชั่น (Conversion Reaction) แปลตรงตัวก็คือ การตอบสนองที่ตรงกันข้าม เกิดจากความเครียดหรือกังวลในจิตใจ เช่น แขนขาชา พูดไม่มีเสียง พูดไม่ได้ ตามองไม่เห็น แต่เวลาตรวจอาการแล้วกลับไม่พบสิ่งผิดปรกติใดเลย ทั้งทางร่างกายหรือระบบประสาท ยกตัวอย่าง หนังสงครามที่มีความกดดันสูง ในการที่ต้องยิงกระสุนนัดแรกเพื่อเอาชีวิตคนอื่น และเพื่อเอาชีวิตตัวเองให้รอด บางคนถึงกับเกิดอากาตาบอดชั่วขณะ หรือหูดับไปสักพักเลยทีเดียว
แบบที่สองเรียกว่า ดีสโซซิเอทีฟ (Dissociative Type) แปลได้ว่า การลบตัวเองออกจากสังคม เช่น สูญเสียความจำในบางเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจจนไม่ต้องการรับรู้ จำชื่อตัวเองไม่ได้ จำเวลา สถานที่ บุคคลไม่ได้เลย อันนี้จะมีหนังเกาหลีที่ยกตัวอย่างได้เยอะ
มาถึงตรงนี้แล้ว หลายคนอาจจะสงสัย “แล้วไอ้อาการที่ต้องการผู้ชายมาเป็นคู่นอนหละ เขาเรียกโรคอะไร” เขาเรียกว่า “นิมโฟมาเนีย (Nymphomania) ครับ” ซึ่ง Nymphomania มาจากคำว่า Nympho ที่แปลว่าผู้หญิงที่มีความต้องการทางเพศสูง และ Mania ซึ่งหมายถึงความคลั่งไคล้อย่างบ้าคลั่ง Nymphomania จึงหมายถึงผู้หญิงที่มีความต้องการทางเพศสูงเกินปกติ คลั่งไคล้ในเซ็กซ์เกินปกติ อาการทางร่างกายคือ มดลูกขยายใหญ่ขึ้น ช่องคลอดหลั่งสารหล่อลื่นมากผิดปกติ รวมทั้งคลิตอริสก็ขยายใหญ่ขึ้นบ่งบอกถึงความต้องการทางเพศ โดยวงการแพทย์ปัจจุบันถือว่า Nymphomania เป็นอาการป่วยทางจิต เพราะผู้ป่วยจะไม่สามารถควบคุมความต้องการทางเพศของตัวเองได้เลย เช่นการเรียกร้องเรื่องเซ็กซ์อยู่ตลอดเวลา แม้จะได้รับการตอบสนองทางเพศหลายครั้งก็ยังไม่เพียงพอ ทำให้ต้องเปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อยๆ
แต่อย่าเพิ่งกังวลว่าตัวเองเป็นโรค นิมโฟมาเนียหรือไม่ เพราะแพทย์คาดเดาว่าโรคนี้อาจเกิดจากการได้รับยาบางชนิดมากจนเกินไป รวมไปถึงการติดสารเสพติด หรือเกิดจากความผิดปกติทางอารมณ์ที่ไม่คงที่ ดังนั้นโรคนี้จึงเป็นที่พบเห็นได้ยากมากทีเดียว
ฉะนั้นเมื่อเรารู้ ความแตกต่างนี้แล้ว ก็อย่าไปสุ่มสี่สุ่มห้าเรียกใครว่าเขาเป็นโรค “ฮิสทีเรีย หรือ นิมโฟมาเนีย” หละ เพราะเขาอาจจะทราบข้อมูลเหล่านี้ แล้วตอกหน้าท่านกลับจนแตกยับเลยก็เป็นได้
ขอบคุณ กรมสุขภาพจิต
แหล่งที่มา : http://lifestyle.th.msn.com/health/wellbeing/article.aspx?cp-documentid=1819913
Recent comments